รัฐเตรียมใช้ “เงินทุนวิจัยแห่งชาติ” ดึง Google–Boeing–Amazon ร่วมตั้งโจทย์ หนุนนักวิจัยไทยสร้างโดรน–ระบบปราบโดรนเอง ไม่ต้องพึ่งของนอก
งานวิจัยไทยจะไม่ขึ้นหิ้งอีกต่อไป เมื่อหน่วยงานที่ถือ “กระเป๋าเงินวิจัยของประเทศ” เตรียมให้บริษัทยักษ์ใหญ่ช่วยบอกว่าอยากได้อะไร แล้วให้นักวิจัยไทยลงมือทำ ตั้งแต่ AI เครื่องบิน ไปจนถึงยาและอาหาร
✅ สรุปข่าวใน 1 นาที
- 4 พ.ย. 2569 อว. ต้อนรับคณะสภาธุรกิจสหรัฐฯ–อาเซียน (USABC) และผู้บริหารบริษัทสหรัฐฯ กว่า 20 แห่ง
- สกสว. จะใช้เงินจาก “กองทุน ววน.” หนุนงานวิจัยที่ภาคเอกชนร่วมตั้งโจทย์และร่วมลงทุน
- ชี้เป้าเทคโนโลยีโดรนและระบบต่อต้านโดรน ที่ไทยควรพัฒนาได้เอง
- มหาวิทยาลัยมีโอกาสร่วมพัฒนาหลักสูตรและให้นักศึกษาเรียนรู้จากการทำงานจริงกับบริษัทระดับโลก
สำนักข่าวการศึกษาไทย – ในวงหารือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กับคณะผู้แทนสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา–อาเซียน (US-ASEAN Business Council: USABC) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ประเด็นที่น่าจับตาสำหรับแวดวงวิจัยและอุดมศึกษาไทยไม่ได้อยู่แค่การจับมือกับบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ กว่า 20 แห่ง แต่อยู่ที่ทิศทาง “ทุนวิจัย” ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ประกาศชัดว่าจะใช้ “กองทุน ววน.” ซึ่งเปรียบเสมือนกระเป๋าเงินวิจัยของประเทศ เป็นเครื่องมือหลัก เปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนกำหนดโจทย์วิจัย และชี้เป้าเทคโนโลยีความมั่นคงอย่างโดรนและระบบต่อต้านโดรนเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยควรเร่งสร้างขีดความสามารถของตนเอง
💡 “กองทุน ววน.” คืออะไร? (อธิบายแบบง่าย)
ววน. — ย่อมาจาก วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
กองทุน ววน. — คือ “กระเป๋าเงินกลาง” ของรัฐบาลที่ใช้จ่ายเป็นค่าวิจัยให้มหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยทั่วประเทศ ชื่อเต็มคือ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สกสว. — คือหน่วยงานที่ดูแลกระเป๋าเงินนี้ ทำหน้าที่วางแผนและจัดสรรว่าเงินวิจัยควรไปที่เรื่องใด
เกี่ยวกับเราอย่างไร — เงินวิจัยที่ตอบโจทย์ธุรกิจจริงจะกลายเป็นสินค้า บริการ และงานทักษะสูงในประเทศ แทนที่จะจบแค่เป็นรายงานบนหิ้ง
การหารือครั้งนี้มี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นผู้นำคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ โดยฝั่งสหรัฐฯ มีผู้บริหารจากบริษัทอย่าง Google, Boeing, Amazon, Axon, Reckitt และ Lubrizol ร่วมคณะ ขณะที่ ศ.ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการ สกสว. เข้าร่วมในฐานะหน่วยงานที่ดูแลระบบงบประมาณด้าน ววน. ของประเทศ
เปลี่ยนวิธีให้ทุน: ให้ “คนใช้งานจริง” ช่วยตั้งโจทย์
สาระสำคัญที่ สกสว. ย้ำคือ แนวทางการสนับสนุนทุนวิจัยต่อจากนี้จะขับเคลื่อนด้วย “ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม” เป็นหลัก ภาคเอกชนจะมีบทบาทร่วมกำหนดโจทย์วิจัยและทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยี พร้อมส่งเสริมให้เอกชนร่วมลงทุนวิจัยและพัฒนากับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยไทย เป้าหมายคือใช้ทรัพยากรวิจัยของประเทศให้คุ้มค่าขึ้น และแก้ปัญหางานวิจัย “ขึ้นหิ้ง” ที่ทำเสร็จแล้วไม่มีใครนำไปใช้จริง
ทิศทางนี้สะท้อนการปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย จากการแข่งขันด้วยต้นทุนการผลิต ไปสู่การแข่งขันด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม และยกบทบาทประเทศไทยจากการเป็นเพียง “ฐานการผลิต” ของบริษัทข้ามชาติ ไปเป็น “หุ้นส่วน” ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain)
ไฮไลต์ที่หลายคนมองข้าม: ทุนหนุนสร้าง “โดรน” และ “ระบบปราบโดรน” ฝีมือคนไทย
ในบรรดาความร่วมมือทั้งหมด ศ.ดร.วิษณุ ระบุถึงอุตสาหกรรมความมั่นคงว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ประเทศไทยควรเร่งสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของตนเอง โดยยกตัวอย่างเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone) ซึ่งต้องบูรณาการองค์ความรู้หลายสาขาเข้าด้วยกัน
พูดง่าย ๆ คือ ประเทศไทยควรผลิตและพัฒนาโดรน รวมถึงระบบที่ใช้ตรวจจับและหยุดโดรนแปลกปลอมได้เอง แทนที่จะซื้อจากต่างประเทศอย่างเดียว ตามที่ สกสว. ระบุ เงินจากกองทุน ววน. สามารถใช้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในด้านนี้ได้ทั้งการสร้างองค์ความรู้ การผลิตบุคลากรเฉพาะทาง และการเชื่อมมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย กับภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อให้ไทยพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีความมั่นคงได้ด้วยตนเอง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ประเด็นนี้นับเป็นสัญญาณสำคัญต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาการบิน อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ ที่อาจได้รับโอกาสจากทุนวิจัยสายนี้ในอนาคต
4 เรื่องที่รัฐจะใช้เงินทุนวิจัยหนุน และใครได้ประโยชน์
| เรื่องที่รัฐหนุน | บริษัทสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้อง | คนไทยได้อะไร |
|---|---|---|
| ดิจิทัล AI และข้อมูล | Google, Amazon | วิจัยนำ AI ไปใช้ในอุตสาหกรรมและบริการ แพลตฟอร์มข้อมูล ความปลอดภัยไซเบอร์ และการสร้างนักวิจัยทักษะสูง |
| การบิน อวกาศ และความมั่นคง | Boeing | กำลังคนวิศวกรรมการบินและอากาศยาน รวมถึงเทคโนโลยีโดรนและระบบต่อต้านโดรนที่ไทยพัฒนาเอง |
| ชีวภาพ การแพทย์ สุขภาพ | Reckitt, Lubrizol | วิจัยสุขภาพ โภชนาการ วัสดุศาสตร์ ตั้งแต่ต้นแบบ ทดสอบมาตรฐาน จนถึงต่อยอดเชิงพาณิชย์ |
| กำลังคนและระบบนิเวศ | บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก | ร่วมพัฒนาหลักสูตร ฝึกทักษะเฉพาะทาง และเรียนรู้จากการทำงานจริงกับภาคอุตสาหกรรม |
จุดที่น่าสังเกตคือ ในด้านเทคโนโลยีชีวภาพและสุขภาพ สกสว. ระบุว่าการเชื่อมความต้องการของเอกชนกับนักวิจัยไทยจะครอบคลุมตลอดเส้นทาง ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ พัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการ ทดสอบมาตรฐาน ไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ผลงานตีพิมพ์เพียงอย่างเดียว
ลูกหลานได้อะไร: หลักสูตรและการฝึกงานกับบริษัทระดับโลก
อีกมิติที่เกี่ยวข้องกับแวดวงการศึกษาโดยตรงคือด้านกำลังคน สกสว. ระบุว่าการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายต้องเดินคู่กับการพัฒนากำลังคนทักษะสูง ผ่านความร่วมมือระหว่างบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยไทยใน 4 รูปแบบ ได้แก่
- การพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน
- การฝึกทักษะเฉพาะทาง
- การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
- การเรียนรู้จากการทำงานจริง
แนวทางนี้หมายความว่า มหาวิทยาลัยที่ต้องการได้ประโยชน์จากทุนวิจัยในระบบ ววน. อาจต้องเตรียมทั้งทีมวิจัยและหลักสูตรที่สอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตควบคู่กันไป
เป้าหมายปลายทาง: จาก “ผู้ซื้อเทคโนโลยี” สู่ “ผู้สร้างเทคโนโลยี”
สกสว. สรุปว่าการขับเคลื่อนผ่านกองทุน ววน. มุ่งเปลี่ยนทุนวิจัยให้เป็นทุนทางปัญญา เปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นเทคโนโลยี และเปลี่ยนศักยภาพของนักวิจัยไทยให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวจากการเป็น “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ไปสู่การเป็น “ผู้ร่วมพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม” ในห่วงโซ่เศรษฐกิจโลก
⚠️ ข้อควรทราบ
ข้อมูลที่เปิดเผยครั้งนี้เป็นการวางทิศทางและกลไกการสนับสนุนเท่านั้น ยังไม่มีการประกาศวงเงินหรือเปิดรับข้อเสนอโครงการ สำหรับความร่วมมือกับบริษัทสหรัฐฯ นักวิจัยและหน่วยงานที่สนใจควรติดตามประกาศทุนอย่างเป็นทางการที่เว็บไซต์ สกสว. www.tsri.or.th
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
#กองทุนววน #สกสว #ทุนวิจัย #อว #USABC #ThailandRISEFund #สำนักข่าวการศึกษาไทย
