ผู้เรียน 1 คน ก็สอนเต็ม 6 ชั่วโมง! อาจารย์ นิติ มธ. เล่าประสบการณ์สอนสองต่อสอง อีกมุมมองท่ามกลางดราม่ายกเลิกคลาสเพราะคนเข้าเรียนน้อย
สรุปประเด็นสำคัญ
- ศ.ดร.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์เล่าว่า วันเสาร์ที่ผ่านมามีนักศึกษามาเรียนวิชาเลือกที่ศูนย์รังสิตเพียงคนเดียว แต่ยังสอนครบทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย
- ยึดหลักเริ่มสอนตรงเวลา เพราะการรอให้คนมาครบเท่ากับลงโทษคนที่มาตรงเวลา
- โพสต์นี้ถูกพูดถึงในช่วงเดียวกับกรณีอาจารย์พิเศษหลักสูตร LL.B. ยกเลิกคลาสเพราะผู้เรียนน้อย ซึ่งต่อมาได้โพสต์ขอโทษ
- ทั้งสองกรณีสะท้อนคำถามเดียวกัน: เมื่อห้องเรียนเหลือคนน้อย ผู้สอนควรทำอย่างไรกับนักศึกษาที่ตั้งใจมา
ขณะที่ประเด็น “อาจารย์ยกเลิกคลาสเพราะนักศึกษาเข้าเรียนน้อย” ในหลักสูตร LL.B. (หลักสูตรนานาชาติ) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังถูกถกเถียงต่อเนื่อง ทั้งแถลงจุดยืนจากคณะกรรมการนักศึกษา และโพสต์ขอโทษของอาจารย์พิเศษผู้เป็นต้นเรื่อง อีกหนึ่งโพสต์จากคณาจารย์ในคณะเดียวกันก็กำลังถูกหยิบยกมาพูดถึงในฐานะภาพที่ตรงกันข้าม
เมื่อค่ำวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. ได้โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าถึงการสอนวิชาเลือกที่ศูนย์รังสิตเมื่อวันเสาร์ ซึ่งแบ่งเป็นสองช่วง คือ 09.30–12.30 น. และ 13.30–16.30 น. รวม 6 ชั่วโมง
ห้องเรียนที่มีผู้สอน 1 คน ผู้เรียน 1 คน
ตามที่ ศ.ดร.สุรศักดิ์ เล่า ท่านเดินทางถึงห้องก่อนเวลาเพื่อเตรียมอุปกรณ์การสอน ไม่นานก่อนเริ่มคาบก็มีนักศึกษาเดินเข้ามานั่งรอหนึ่งคน เมื่อถึงเวลา 09.30 น. การบรรยายก็เริ่มขึ้นตามตาราง และดำเนินไปจนครบทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย โดยตลอดทั้งวันมีนักศึกษาคนนั้นเพียงคนเดียวที่อยู่เรียนจนจบ ส่วนนักศึกษาที่ลงทะเบียนอีกราว 4–5 คนไม่ได้มาเรียน ซึ่งท่านคาดว่าอาจติดภารกิจอื่น
หลักคิดที่ ศ.ดร.สุรศักดิ์ ทิ้งท้ายไว้ในโพสต์ คือผู้ที่มาเรียนต้องได้เรียนตามกำหนด และผู้สอนก็ต้องทำหน้าที่ให้ครบ ส่วนการเริ่มสอนตรงเวลานั้น ท่านอธิบายว่าเป็นความเป็นธรรมต่อคนที่มาก่อน ขณะที่คนมาสายย่อมมีเหตุผลของตน และสามารถตามเนื้อหาเพิ่มเติมเองได้ พร้อมเทียบกับการประชุมว่า หากท่านเป็นประธาน เมื่อถึงเวลาและครบองค์ประชุมก็จะเปิดประชุมทันที
สองห้องเรียน สองการตัดสินใจ
- ห้องที่ 1 (หลักสูตร LL.B. ท่าพระจันทร์): อาจารย์พิเศษจากภายนอกรอเกิน 30 นาที มีนักศึกษาทยอยมารวม 12 คน แต่ตัดสินใจยกเลิกการสอน และยกเลิกอีกคาบในอีก 2 สัปดาห์ ต่อมาโพสต์ขอโทษ ยอมรับว่าไม่แฟร์กับคนที่ตั้งใจมา และเสนอทางชดเชยให้
- ห้องที่ 2 (วิชาเลือก ศูนย์รังสิต): ศ.ดร.สุรศักดิ์ อาจารย์ประจำคณะ มีนักศึกษามาเพียง 1 คน แต่เริ่มสอนตรงเวลาและบรรยายจนจบตามตาราง 6 ชั่วโมง
จุดร่วมของสองเรื่อง: คนที่มา ต้องได้เรียน
แม้ทั้งสองกรณีจะจบต่างกัน แต่เมื่ออ่านคำขอโทษของอาจารย์พิเศษในกรณีแรกควบคู่กัน จะพบว่าได้ข้อสรุปมาบรรจบที่จุดเดียวกัน คือผู้สอนควรให้ความสำคัญกับนักศึกษาที่มาเรียน ไม่ว่าจำนวนจะมากหรือน้อยเพียงใด โดยอาจารย์พิเศษยอมรับเองว่าการยกเลิกคลาสทำให้นักศึกษาที่ตั้งใจมาเสียโอกาส
อย่างไรก็ตาม บริบทของทั้งสองห้องเรียนไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว ฝ่ายหนึ่งเป็นอาจารย์ประจำที่คุ้นเคยกับระบบของคณะ อีกฝ่ายเป็นวิทยากรจากภายนอกซึ่งระบุในโพสต์ขอโทษว่าไม่ทราบนโยบายการเข้าเรียนของหลักสูตร และไม่มีผู้แทนรายวิชาอยู่ในห้องให้ปรึกษา จึงได้เสนอให้คณะช่วยสื่อสารและเตรียมความพร้อมให้วิทยากรภายนอกมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่สถาบันการศึกษาอาจนำไปพิจารณาต่อ
ชวนคิดต่อ
ในยุคที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งไม่ได้บังคับเข้าเรียน คำถามที่ตามมาคือ “ความรับผิดชอบ” ในห้องเรียนเป็นหน้าที่ของใคร ระหว่างนักศึกษาที่เลือกมาหรือไม่มา ผู้สอนที่ต้องทำหน้าที่ให้ครบ และหลักสูตรที่ต้องสื่อสารความคาดหวังให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน
ข้อความจากโพสต์ของ ศ.ดร.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล
ประสบการณ์การสอนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ
ผมมีสอนวิชาเลือกที่ศูนย์รังสิตวันเสาร์ 09.30-12.30 น. และ 13.30-16.30 น.
ผมถึงห้องสอนก่อนเวลาเพื่อเตรียมอุปกรณ์การสอนเรียบร้อย เจ้าหน้าที่เตรียมน้ำร้อนให้ผม
ก่อนเวลาเล็กน้อย นักศึกษาคนแรกเข้ามานั่งรอเรียน
09.30 ผมเริ่มบรรยาย จนจบภาคเช้าเวลา 12.30 น.
13.30 ผมเริ่มบรรยายภาคบ่ายจนจบภาคบ่ายเวลา 16.30 น.
นักศึกษาคนแรก และคนเดียวที่มาเรียนวันนั้นเรียนจนจบตามตารางสอน
ผมเลยได้สอนแบบสองต่อสองครับ
ส่วนนักศึกษาอีก 4-5 คนที่ไม่มาเรียนคงติดภารกิจอื่น?
แต่คนที่มาต้องได้เรียนตามกำหนด
ผมเองก็ได้สอนตามภารกิจครับ
ปล: ปกติผมจะเริ่มสอนตรงเวลาเพราะถ้ารอให้คนมาครบเท่ากับผมลงโทษคนที่มาเรียนตรงเวลา. คนที่มาสายเขาคงมีเหตุผลของเขา และคงเป็นหน้าที่เขาไปขวนขวายเพิ่มเติมได้เองครับ
ทำนองเดียวกับการประชุม หากผมเป็นประธาน เมื่อถึงเวลา และครบองค์ประชุมแล้วก็จะเริ่มประชุมตามเวลาที่กำหนดครับ
ที่มา: เฟซบุ๊ก Surasak Likasitwatanakul (3 พฤศจิกายน 2569)