
มทร.กรุงเทพ โต้ข่าวเท็จยันดำเนินงานตามธรรมาภิบาล แจงชัด MOU–หลักสูตร–วีซ่าถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมจ่อดำเนินคดีผู้บิดเบือนข้อมูล
กรุงเทพฯ – มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุงเทพ) ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีถูกกล่าวหาและบิดเบือนข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ ยืนยันกระบวนการลงนาม MOU การจัดตั้งศูนย์บริการนักศึกษา หลักสูตรการศึกษา และการออกวีซ่านักศึกษาต่างชาติ ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส มีมาตรฐาน และผ่านการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย รวมถึงแจ้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) รับทราบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปล่อยข่าวเท็จที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยและผู้บริหาร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ได้ชี้แจงตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ปรากฏตามข่าวในสื่อออนไลน์อย่างละเอียด ดังนี้
ข้อกล่าวหาว่า อธิการบดีลงนามในเอกสาร MOU โดยไม่ผ่านสภามหาวิทยาลัย รักษาราชการแทน อธิการบดีและพวกเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนจีนเทา
คำชี้แจง ทุกครั้งก่อนการลงนาม MOU หรือบันทึกความเข้าใจกับหน่วยงานและองค์กรต่างประเทศทุกฉบับ ได้มีการเสนอให้สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพพิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติทุกฉบับ รวมทั้งได้รายงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) รับทราบตามหนังสือสั่งการ สป.อว. ส่วนเอกสารที่รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิน วิวัฒนพงศ์พันธ์ กล่าวอ้างว่าอธิการบดี MOU ไม่ผ่านสภามหาวิทยาลัย และส่งมอบเอกสารให้กับผู้สื่อข่าว คือ Memorandum of Understanding between Rajamangala University of Technology Krungthep an Fuzhou Rui Translation Service Co., Ltd. ฉบับลงนามเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ เอกสารหมายเลข ๒ เป็นเอกสารปลอม กล่าวคือมีการปลอมลายมือชื่อของรองศาสตราจารย์พิชัย จันทร์มณี ใช้ในการลงนามเอกสาร และใช้ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพปลอมประทับในเอกสารปลอม มหาวิทยาลัยไม่มีการลงนาม MOU ฉบับดังกล่าว โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเอกสารที่มีการลงลายมือชื่อจริงของรองศาสตราจารย์พิชัย จันทร์มณี ตามเอกสารหมายเลข ๓ จะเห็นว่าลายมือชื่อมีความแตกต่างอย่างชัดเจน ส่วนภาพถ่ายที่นำไปเผยแพร่ต่อผู้สื่อข่าว ก็ไม่ใช่ภาพการลงนาม MOU แต่เป็น “ภาพถ่ายการประชุมเพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กับ มหาวิทยาลัยผานจือฮวา สาธารณรัฐประชาชนจีน” เมื่อวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2567 เวลา 08.30 – 13.00 น. ณ ห้องประชุมบพิตรพิมุขมหาเมฆ 5 ชั้น 6 อาคาร 9 โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการพบปะระหว่างผู้บริหารของทั้งสองสถาบัน ร่วมกับผู้บริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาลัยนานาชาติ เพื่อหารือด้านความร่วมมือทางวิชาการร่วมกันอย่างเปิดเผย ผู้ให้ข่าวจงใจนำภาพข่าวที่มีการตัดต่อข้อมูลเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงนำไปใช้ในการแถลงข่าวและเผยแพร่ภาพ สร้างความเสียหายให้กับมหาวิทยาลัยและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ซึ่งปรากฎตามหลักฐานภาพ
ข้อกล่าวหาว่า มหาวิทยาลัยเปิดพื้นที่ให้กลุ่มชาวจีนเข้ามาใช้เป็นฐานปฏิบัติการเรียกว่า “China Center” และบุคลากรวิทยาลัยนานาชาติเป็นชาวจีนทั้งหมด
คำชี้แจง มหาวิทยาลัยไม่ได้จัดตั้งหรืออนุญาตให้ใช้พื้นที่จัดตั้งเป็น “China Center” ตามที่รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิน วิวัฒนพงศ์พันธ์ กล่าวหาแต่อย่างใด โดยมหาวิทยาลัยใช้ห้องดังกล่าวเป็นห้องพักอาจารย์ชาวจีน ซึ่งเป็นบุคลากรของวิทยาลัยนานาชาติ จำนวน 3 คน และเป็นศูนย์บริการ/ประสานงานนักศึกษาชาวต่างชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัย ปรากฎตามหลักฐานภาพถ่ายด้านล่างนี้

ภาพถ่ายที่ใช้กล่าวหาว่ามีการแต่งตั้งผู้แทนชาวจีนทำงานที่ไม่ชอบนั้น เป็นภาพที่มีการลงนามลงนามแต่งตั้งองค์กร/หน่วยงานภายนอกให้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประสานงานระหว่างวิทยาลัยนานาชาติ กับสถานศึกษาในต่างประเทศ และชาวจีนที่ปรากฏในภาพคืออาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่ประสานงาน
วิทยาลัยนานาชาติมีนักศึกษารวมทั้งสิ้น 303 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2569) ประกอบด้วยนักศึกษา ชาวจีน 252 คน (ร้อยละ 83.17) นักศึกษาชาวไทย 24 คน (ร้อยละ 7.92) และนักศึกษานานาชาติชาติอื่น ๆ อีก 27 คน (เช่น อินเดีย พม่า โมร็อกโก ปากีสถาน ไนจีเรีย อิหร่าน ฟิลิปปินส์ ยูกันดา สิงคโปร์ ตุรกี เป็นต้น)

ประเด็นข้อกล่าวหาเรื่อง “หลักสูตรลวง” ม.3 เรียนจบ ป.ตรี ใน 5 ปี แอบเปิดหลักสูตรที่ไม่ได้มาตรฐาน รับผู้จบ ม.3 เข้าเรียนควบ ม.ปลาย และปริญญาตรีจบใน 5 ปี เรียกเก็บค่าใช้จ่ายสูงเกินจริง
คำชี้แจง มหาวิทยาลัยจัดหลักสูตรการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และหลักสูตรระยะสั้นสำหรับชาวต่างชาติ ทุกหลักสูตรมีมาตรฐาน มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ ดังนี้
๓.๑ การเปิดหลักสูตรทุกหลักสูตรของวิทยาลัยนานาชาติได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย ไม่ใช่หลักสูตรลวงตามที่ผู้ให้ข่าวกล่าวอ้าง กล่าวคือ นักศึกษาที่อ้างถึงคือกลุ่มบุตรหลานของผู้ประกอบการ/ผู้ประกอบธุรกิจชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งกำลังศึกษาในระบบการศึกษาทางไกล (Distance Learning) ร่วมกับโรงเรียนนานาชาติในประเทศจีน นักศึกษากลุ่มนี้เข้าเรียนผ่านระบบ คลังหน่วยกิต (Credit Bank) และเมื่อเทียบโอนหน่วยกิตตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ว จึงเข้าสู่ระบบการศึกษาปกติของมหาวิทยาลัย ทุกหลักสูตรของวิทยาลัยนานาชาติได้รับการจัดการเรียนการสอนอย่างมีมาตรฐาน มีการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายในและภายนอก (QA) และ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาทุกปี ในปีการศึกษา 2569 วิทยาลัยนานาชาติยังได้มอบส่วนลดทุนการศึกษา 50% ตลอดหลักสูตร เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับนักศึกษาไทยอีกด้วย ค่าใช้จ่ายในการเรียนก็เรียกเก็บตามประกาศของคณะกรรมการบริหารวิทยาลัยนานาชาติ ไม่ได้เรียกเก็บเงินสูงเกินจริงตามที่กล่าวหา รวมทั้งมหาวิทยาลัยไม่ได้มีการโมษณาการเรียนการสอนเกินจริง ปรากฎตามหลักฐานเอกสารแผ่นพับแนะนำหลักสูตรของวิทยาลัยนานาชาติด้านล่างนี้

การเปิดหลักสูตรระยะสั้นสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (Non Degree) ของคณะศิลปศาสตร์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานบริการวิชาการและบริการทดสอบอุตสาหกรรม ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘ เอกสารหมายเลข ๓ และ สป.อว. ได้มีหนังสือแจ้งรับทราบหลักสูตรดังกล่าว ตามหนังสือที่ อว ๐๒๓๒/๑๐๒๑๐ ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เอกสารหมายเลข ๔ มหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้จัดโครงการฯ และการเรียกเก็บเงินอัตราค่าลงทะเบียน ๑๕,๐๐๐ บาท ต่อคน ตามหนังสือสำนักงานบริการวิชาการและบริการทดสอบอุตสาหกรรม ที่ อว. ๐๖๕๐.๒๖/๕๙ ลงวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๘ จากการสอบถามเบื้องต้นจากอดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ ได้รับคำชี้แจง ว่านักศึกษาส่วนใหญ่ลงทะเบียนโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของมหาวิทยาลัย มีเพียงบางคนที่จ่ายเป็นเงินสด กรณี Ms YANG. XI จ่ายเงินโอนเข้าบัญชีเพียงครั้งเดียว จำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท ระหว่างที่ยังไม่ได้รับใบเสร็จรับเงินจากสำนักงานบริการฯ นักศึกษารายดังกล่าวมาแจ้งความประสงค์ขอให้ออกหลักฐานเพื่อรับรองการจ่ายเงินดังกล่าวจากอดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์จึงได้ออกใบสำคัญรับเงินให้ โดยไม่มีการเรียกเก็บเงินให้กับตนเองตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนการที่นักศึกษาได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยัง สป.อว. นั้น ได้มีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว
ข้อกล่าวหาว่า กระบวนการออกวีซ่านักศึกษาปลอม มีขบวนการออกวีซ่านักศึกษาให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่นักศึกษาจริง โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่าย 15,000 บาท/ครั้ง
คำชี้แจง มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการออกกวีซ่าตามหลักเกณฑ์ในประกาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เรื่อง การบริหารจัดการและแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับวีซ่าและมาตรฐานอื่น ๆ พ.ศ. ๒๕๖๗ ประกาศเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ เอกสารหมายเลข ๕ มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการขอรับรองหนังสือเดินทางและวีซ่า (Non-Immigrant Visa Category ED) เฉพาะนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนจริง และอาจารย์ชาวต่างชาติที่ปฏิบัติงานจริงเท่านั้น ปัจจุบันวิทยาลัยนานาชาติมีอาจารย์ชาวต่างชาติปฏิบัติงานจริงจำนวน 5 ท่าน ขั้นตอนการออกหนังสือรับรองส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เป็นไปตามข้อบังคับและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เคยมีการเรียกเก็บเงินนำเข้าหรือสวมสิทธิ์วีซ่าตามที่ถูกบิดเบือน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ขอกราบเรียนยืนยันว่า มหาวิทยาลัยยึดหลักการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล มีความสุจริต โปร่งใส ยึดมั่นในคุณภาพมาตรฐานทางการศึกษา โดยในเรื่องนี้ มหาวิทยาลัยได้จัดให้มีการแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงสร้างความเข้าใจให้กับสาธารณชนทั้งภายในและภายนอกได้รับทราบ ถึงเหตุการณ์ที่รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิน วิวัฒนพงศ์พันธ์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้กระทำการให้ข่าวและเผยแพร่ข่าวสารที่บิดเบือนข้อเท็จจริง มหาวิทยาลัยจึงขอให้สาธารณชนรับฟังข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง และจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยและผู้บริหารของมหาวิทยาลัยต่อไป